Mae Sai อำเภอแม่สาย (Thai version)

DSC04348บางครั้งเรามักจะคิดว่า เรารู้จักสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันดีพอแล้ว รู้ว่ามันเป็นยังไง รู้ว่าเพราะอะไร รู้ว่าจะแก้ไขยังไง แต่แท้จริงแล้ว เรารู้ ‘น้อยมาก’

เมื่อเราได้ออกไปพบปะเจอผู้คนที่ทำงานใกล้เคียง หรืออยู่ในเครือข่ายเดียวกับเรา ทำให้เราได้เปิดโลกทัศน์และได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อน หรือสิ่งที่เราคิดว่ารู้แล้ว ได้ดีมากขึ้นและถูกต้องมากขึ้น การแลกเปลี่ยนความรู้และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและความท้าทายต่างๆเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงานในด้านการค้ามนุษย์ การค้าประเวณีต่างๆ หรือการใช้แรงงาน

ทีม Relentless ได้มีโอกาสได้ไปออกพื้นที่แถวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า และได้พบปะกับกลุ่มเครือข่ายที่ทำงานดูและเด็กและสตรี ช่วงเช้าเราได้ไปที่มูลนิธิแห่งหนึ่งที่ทำงานดูแลเด็ก (ส่วนมากเป็นเด็กชาวเขาและชนชาติพันธุ์ หรือมาจากชายแดนพม่า) ที่มีความเสี่ยงในการถูกค้ามนุษย์และแสวงหาประโยชน์ ผู้จัดตั้งมูลนิธิบ้านนี้เห็นความสำคัญของเด็กในบริเวณแม่สายและพยายามช่วยเหลือในกระบวนการป้องกันไม่ให้พวกเด็กๆถูกเอาเปรียบและให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เด็กส่วนมากไม่มีพ่อแม่ หรือขาดการดูแลจากผู้ปกครอง บ้างก็เคยเป็นขอทานหรือเด็กเร่ร่อนแถวชายแดน เด็กส่วนมากมักจะถูกตกเป็นเหยื่อตั้งแต่อายุยังเด็กโดยมักจะถูกบังคับให้ไปขอทานและเอาเงินมาให้พ่อแม่หรือรุ่นพี่ บางคนก็เอาไปซื้อยาเสพติดหรือเล่นการพนัน และเด็กบางคนก็อาศัยนอนตามถนนและกินตามถังขยะ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ ขาดการศึกษา ขาดประสบการณ์การใช้ชีวิต และสิ่งเลวร้ายอีกมากมายที่พวกเด็กๆต้องเผชิญทำให้เด็กบางคนก็พลันตัวมาทำงานขายบริการทางเพศบ้าง ทำงานผิดกฎหมายบ้างเมื่อเขาโตขึ้น หรือบางคนก็กลับมาหากินกับเด็กรุ่นน้องๆต่อไปซึ่งเป็นวงจรอุบาทที่ไม่จบสิ้น การพยายามช่วยเหลือเด็กๆไม่ใช่เรื่องง่าย องค์กรและเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับรัฐบาลหรือองค์กรอื่นๆ งบประมาณการช่วยเหลือ หรือการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายเอง (เนื่องจากเด็กอาจจะไม่ได้รับการเลี้ยงดูหรือสอนอย่างถูกต้อง ขาดความรักความอบอุ่นมาตั้งแต่เล็ก หรือไม่ได้รับอบรมเรื่องของมารยาท) นอกจากนี้ อุปสรรคปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามคือ การให้บริการด้านสุขภาพของเด็ก เมื่อมีเด็กหลายคนอาศัยอยู่ในสถานดูในเวลาเดียวกัน การดูสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก บางแห่งอาจจะไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการให้บริการด้านนี้และไม่สามารถดูแลเด็กๆได้อย่างถูกต้อง เช่น การสอนเรื่องโภชนาการ การให้บริการปฐมพยาบาล การดูแลรักษาเด็กเมื่อมีไข้ หรือเรื่องเล็กๆน้อยๆที่สำคัญแต่คนมักจะมองข้าม ปัญหาที่ตามมาคือ เกิดการเจ็บป่วยและต้องดูแลมากกว่าเดิม เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม และนั้นก็ไม่คุ้มกันเลย อย่างไรก็ตามเด็กทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและเหมาะสมตามวัยของพวกเขาเพื่อเขาจะได้เติบโตและมีรากฐานชีวิตที่ดี

ในช่วงบ่าย ทีม Relentless ยังไม่หยุดภารกิจ! เราได้พบปะกับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่ทำพันธะกิจเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้หญิงขายบริการทางเพศในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พันธะกิจนี้มุ่งเน้นให้ผู้หญิงสัมผัสความรักของพระเจ้าและให้เขาสามารถกลับใจได้ เมื่อนึกถึงแม่สาย ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนนึกถึง ชายแดนพม่า, ช้อปปิ้งที่แม่สาย, ไปทำวีซ่า (สำหรับชาวต่างชาติ) หรือ การท่องเที่ยวต่างๆ และ ‘ไม่นึก’ ธุรกิจการค้าประเวณีเท่าไรนัก แท้จริงแล้วธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ใหญ่มากที่แม่สาย และคนก็เดินทางมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ มีการซื้อขายผู้หญิงให้กับนายหน้า หรือ การส่งต่อผู้หญิงให้ไปขายบริการในที่ต่างๆเปรียบเป็นแหล่งจัดส่งสินค้าเลยก็ว่าได้ การขายบริการที่แม่สายมีราคาค่อนข้างแพง (อาจจะแพงกว่าในเชียงใหม่ หรือเชียงรายเองด้วยซ้ำ) และส่วนมากผู้ขายบริการก็มีตั้งแต่อายุน้อยจนถึงมาก บางคนก็ทำเพราะต้องการเงิน บางคนก็ทำเพราะวัฒนธรรมของตนที่ว่านั้นเป็นสิ่งธรรมดาใครๆก็ทำกัน หรือผู้หญิงบางคนผ่านการแต่งงานแล้ว หรือมีลูกแล้วก็พลันตัวมาขายบริการทางเพศโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดกับลูกของตนเท่าไรนัก โดยสถานบริการจะมีทั้งเปิดช่วงกลางวันและกลางคืน โดยบางแห่งอาจจะทำธุรกิจอื่นบังหน้า ผู้หญิงบางคนต้องรับแขกประมาณ 4-5 คนต่อคืน ผู้หญิงเหล่านั้นควรเห็นคุณค่าและรู้จักร่างกายของตัวเอง เห็นว่าตนเองสำคัญและสามารถทำสิ่งอื่นๆได้อีกหลายอย่าง ต้องรู้จักดูแลและรักตัวเองเท่าๆกันที่ตนต้องดูแลและรักลูกๆ ในเรื่องของสุขภาพ ไม่ใช่เพียงแค่ให้ความรู้เรื่องร่างกาย หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับกลุ่มผู้หญิงนี้เท่านั้น แต่พวกเขาควรได้รับการดูแลเกี่ยวกับสุขภาพอย่างครบถ้วนเหมือนกับคนทั่วไปในสังคม

การเดินทางครั้งนี้สอนและทำให้ผู้เขียนเห็นความเป็นจริงที่ถูกมองข้าม สอนให้รู้ถึงอุปสรรคความท้าทายที่แต่ละองค์กรต้องเผชิญ ถึงแม้ปัญหาเหล่านี้มีมาตั้งแต่ในอดีตและก็ยังมีมาจนถึงปัจจุบัน แต่เราสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจกับมันได้ถ้าเราเปิดโลกทัศน์และพยายามเรียนรู้เพื่อจะได้สามารถรู้ได้ว่าจะแก้ตรงไหน ปรับปรุงอย่างไรและช่วยเหลือคนเหล่านั้นอย่างไรให้ถูกต้อง สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอฝากให้ผู้อ่านลองมองถึง ‘ผู้อื่น’ อย่าคิดว่าตัวเองรู้พอแล้ว รู้ดีแล้ว มิฉะนั้นคุณจะเป็นคนที่รู้น้อยที่สุด

photo 3-Written by Thanaporn Phonboom

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s